เจ็บป่วยกระทันหัน

เพราะเราไม่รู้เลยว่าในระหว่างการเดินทางนั้นเราจะเจอกับอะไร หรือเจ็บป่วยกระทันหันหรือไม่ ซึ่งในการเดินทางแต่ละครั้งนั้นการเตรียมยาและเวชภัณฑ์ประจำตัวเป็นเรื่องที่สำคัญที่ไม่อยากจะให้มองข้ามสักไหร่นัก เพราะไม่ทุกพื้นที่จะมีร้านขายยา เช่นการเดินป่า ตั้งแคมป์ในพื้นที่ที่ห่างไกล ดังนั้นวันนี้จะมาแนะนำยาที่ควรพกติดตัวเมื่อต้องออกเดินทางกันเลย

  1. ยาโรคประจำตัว 

ยานี้สำคัญมากสำหรับผู้ที่มีโรคประจำตัว เพราะต้องกินต่อเนื่องตลอด ดังนั้นเมื่อเตรียมกระเป๋าจะไปเที่ยวให้หยิบกระเป๋ายาติดไปด้วยทุกครั้ง ห้ามลืมเชียวล่ะ 

  1. พาราเซตามอล

อีกหนึ่งชนิดที่ควรพกไปด้วย เผื่อกรณีมีไข้ หรือปวดหัวในระหว่างทาง แต่ก็ควรระวังเรื่องขนาดของยาที่ใช้ โดยทั่วไปจะให้กินครั้งละ 10 มิลลิกรัมต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม เช่นน้ำหนักตัว 50 กิโลกรัม ก็ให้กินแค่ 500 มิลลิกรัม หรือ 1 เม็ด 

  1. ยาแก้ท้องเสีย 

รวมไปถึงผงเกลือแร่ และผงถ่านเพื่อลดอาการท้องเสียด้วย โดยข้อระวังในการใช้ผงถ่าน คือ ต้องกินห่างจากยาตัวอื่นอย่างน้อย 2 ชั่วโมง เพราะไม่อย่างนั้นจะทำให้การดูดซึมของยาตัวอื่นลดลง

  1. ยาแก้แพ้ 

บางครั้งเวลาไปเที่ยวแล้วไปเจออะไรแปลก ๆ แล้วเกิดอาการแพ้หรือคันขึ้นมา สามารถกินยาแก้แพ้เพื่อลดอาการคันได้ หรือจะเป็นการแพ้อาหารซึ่งอันตรายมากๆ แนะนำให้พกติดตัวไปด้วยตลอดนะ 

  1. ยาแก้ท้องอืดท้องเฟ้อ 

บางครั้งการออกไปเที่ยวทำให้เรารู้สึกขับถ่ายยากหรือท้องอืด เพราะอาหารการกินที่แตกต่างออกไป ดังนั้นแนะนำให้พกยาแก้ท้องอืดท้องเฟ้อไปด้วย แต่ยาชนิดนี้ต้องอ่านคำแนะนำให้ดี เพราะบางตัวต้องเคี้ยวให้ละเอียดก่อนกลืน เพื่อให้ยาออกฤทธิ์ได้อย่างเต็มที่

  1. ยาแก้เมารถ เมาเรือ หรือเมาเครื่องบิน 

หากรู้ตัวเองว่าเป็นคนเมารถ เมาเรือ หรือเครื่องบิน ควรกินยาก่อนเดินทางประมาณครึ่งชั่วโมง เพื่อให้ยาออกฤทธิ์ขณะที่อยู่ระหว่างเดินทาง เพราะหากกินตอนเริ่มเดินทาง ยาอาจออกฤทธิ์ไม่ทัน

  1. ยาแก้ปวดต้านการอักเสบ

เป็นอีกหนึ่งชนิดที่จำเป็นเพราะอาจปวดเมื่อยกล้ามเนื้อจากการเดินเที่ยว แต่ควรกินหลังอาหารทันทีแล้วดื่มน้ำตามมาก ๆ เนื่องจากยากลุ่มนี้มีฤทธิ์ระคายเคืองกระเพาะอาหาร

  1. สเปรย์ไล่ยุง มด แมลง ป้องกันแมลงสัตว์กัดต่อย 

หากไปแคมป์หรือต้องเดินป่า สามารถพ่นสเปรย์ก่อนล้วงหน้าเพื่อป้องกันแมลงสัตว์กัดต่อย เพราะอย่างที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่าในป่าก็จะมีตัวแมลงค่อนข้างเยอะ ซึ่งบางคนอาจจะแพ้ได้ 

  1. ชุดทำแผลสด

 นอกจากสำลี ผ้าก็อชแล้ว ก็มีโพวิโดน ไอโอดีนไว้ใส่แผล มีแอลกอฮอล์ไว้ล้างแผล แต่ถ้ากลัวแสบแผลก็ใช้เป็นเบตาดีนแทนได้ เนื่องจากสามารถใช้ฆ่าเชื้อได้เช่นกัน

Explore More

อันตรายจากไซยาไนซ์

อันตรายจากไซยาไนซ์

ไซยาไนซ์ เป็นสารเคมีชนิดที่มีความเป็นพิษสูง ซึ่งมีการนำมาใช้ในอุตสาหกรรมตางๆ หรือเป็นส่วนประกอบผลิตภัณฑ์บางประเภท เช่น ยาฆ่าแมลง ยาทำความสะอาดเครื่องเพชรพลอย เป็นต้น ซึ่งสารไซยาไนซ์สามารถเกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ โดยพบในพืชบางชนิด เช่น เมล็ดของแอพพริคอท (Apricot) และเชอรรี่ดำ (Black Cherry) และสารลินามาริน (Linamarin) ซึ่งพบได้ในหัวและใบของมันสำปะหลัง (Cassava) นอกจากนี้กระบวนการเผาผลาญภายในร่างกายมนุษย์ก็สามารถก่อให้เกิดสารไซยาไนต์ได้เช่นกัน  อย่างไรก็ตาม ไซยาไนด์ปริมาณเพียงเล็กน้อยที่พบในพืชและกระบวนการเผาผลาญนั้นไม่เป็นอันตรายต่อสิ่งมีชีวิต  รูปแบบของสารไซยาไนซ์ อาการเมื่อถูกสารไซยาไนซ์ ภาวะเป็นพิษแบบเฉียบพลัน เกิดจากการได้รับไซยาไนด์เข้าไปในปริมาณมาก อาการมักจะเกิดขึ้นในทันที เริ่มจากปวดศีรษะ ใจสั่น

ปกป้องเด็กน้อยจากโรคภัย ในวันที่อากาศเปลี่ยนแปลง

ปกป้องเด็กน้อยจากโรคภัย

•โรคหวัดยอดฮิตในหน้าฝน โรคไข้หวัดธรรมดาหรือไข้หวัดตามฤดูกาล (Commom cold) เป็นโรคที่เกิดขึ้นได้ทั้งในกลุ่มเด็กและผู้ใหญ่ เกิดจากการที่ติดเชื้อไวรัสในทางเดินหายใจส่วนบนบริเวณโพรงจมูกและคอหอย มักพบได้บ่อยมาก ๆ ในช่วงหน้าฝน โดยเฉพาะกับคนที่มีภูมิต้านทานไม่แข็งแรงอย่างเด็ก สามารถที่จะเป็นได้ง่ายมากหากโดนฝนเพียงแค่นิดหน่อยก็สามารถเป็นได้แล้ว โดยอาการของโรคหวัดตามฤดูกาลนี้จะมีน้ำมูก คัดจมูก ไอ ในเด็กเล็กมักจะมึไข้ด้วย แต่ไม่ได้รุนแรงมากนัก และยิ่งไปกว่านั้นโรคไข้หวัดตามฤดูกาลนี้ยังเป็นโรคติดต่อได้อีก หากมีเพื่อนที่เป็นหวัดแล้วเด็กน้อยของเราได้อยู่ใกล้ชิด ใช้เวลาร่วมกัน ก็อาจเป็นโรคไข้หวัดนี้ตามด้วยได้ จึงถือว่าเป็นโรคที่พบบ่อยที่สุดในกลุ่มเด็กเลยของช่วงฤดูฝน โดยเฉลี่ยเด็กเล็กจะมีโอกาสเป็นหวัดได้ปีละ 6-8 ครั้งเลยทีเดียว •หลักการป้องกันให้ห่างไกลไข้หวัดยามฝนตก เราสามารถที่จะป้องกันเด็ก ๆ จากโรคนี้ได้ หรือรวมไปถึงผู้ใหญ่อย่างตัวเราที่จะหลีกเลี่ยงต่อการเป็นไข้หวัดตามฤดูกาลที่มาพร้อมกับฝน โดยสามารถป้องกันได้จากการรักษาสุขภาพร่างกายให้แข็งแรงอยู่ตลอด

ทริคสำหรับสาว ๆ ที่ชอบปวดท้องประจำเดือน

ปวดท้องประจำเดือน

•อาการปวดที่มาพร้อมกับประจำเดือน ว่ากันด้วยเรื่องการปวดท้องประจำเดือนของผู้หญิง ซึ่งเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นบ่อยมากแทบทุกเดือนที่ผู้หญิงจะต้องพบเจอ และในบางคนอาจจะปวดหนักถึงขั้นรุนแรง จนรู้สึกว่าไม่ไหวต้องกินยา แต่สำหรับบางคนอาจมีปวดบ้างไม่ปวดบ้าง เป็นบางเดือนก็ปวด บางเดือนก็ไม่ปวด แต่บางคนก็อาจรู้สึกปวดท้องได้ทุกเดือนเลยก็มี  การปวดท้องประจำเดือนนั้นถือว่าเป็นเรื่องที่เป็นปัญหาใหญ่สำหรับผู้หญิงที่จะต้องแบกรับความรู้สึกปวดท้องนี้อยู่เป็นประจำ นอกจากการมีประจำเดือนที่วุ่นวายแล้วการปวดท้องก็เป็นอีกหนึ่งปัญหาที่รบกวนใจ ในวันนี้เราเลยจะพามาดูวิธีการบรรเทาอาการปวดท้องประจำเดือน หากว่าคุณต้องปวดท้องแทบทุกเดือน บทความนี้อาจจะช่วยคุณได้ •การบรรเทาอาการปวดท้องประจำเดือน 1 ออกกำลังกายนั้นช่วยได้ เพราะการออกกำลังกายนั้นทำให้มีฮอร์โมนเอ็นดอร์ฟิน (Endorphine) หลั่งออกมามากขึ้น ช่วยบรรเทาอาการเจ็บปวดและทำให้ไม่หงุดหงิด 2 พักผ่อนให้เพียงพอ นอนให้เป็นเวลส 3 พักเรื่องเครียด 4 หลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่ 5 หลีกเลี่ยงการดื่มแอลกอฮอลล์และเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีน