•เรื่องวุ่น ๆ ของโรคระบาดในยุค 2023

เนื่องจากในตอนนี้ได้มีโรคระบาดอยู่มากมาย ไม่ว่าจะเป็นโควิด-19 หรือว่าโรคต่าง ๆ ที่ทำให้ทุกคนสามารถเป็นกันได้ง่ายหากเราไม่ได้ดูแลตัวเองดีมากพอ เนื่องจากในยุคนี้เป็นยุคของวิกฤตที่ได้มีไวรัสและเชื้อโรคมากมาย และยิ่งไปกว่านั้นอาการที่แสดงออกมาของแต่ละโรคก็มีความใกล้เคียงกันอีก จนบางคนถึงกับแยกไม่ออกว่าตัวเองนั้นกำลังเป็นโรคอะไรอยู่

ในวันนี้เราเลยจะพามาทำความรู้จักให้ลึกขึ้นกับโรคต่าง ๆ มาส่องอาการว่าเราเข้ากลุ่มเสี่ยงไหนของโรค เนื่องจากแต่ละโรคในตอนนี้มีลักษณะอาการที่แสดงออกมาคล้ายกันมาก ๆ จนอาจทำให้ใครหลาย ๆ คนนั้นสับสนว่าเราเป็นโควิดหรือเปล่าหรือว่าเป็นเพียงไข้หวัดธรรมดากันแน่ ยิ่งไปกว่านั้นคนที่เป็นโรคภูมิแพ้ก็ต้องมีหวั่นใจกันบ้างเพราะมีอาการคล้ายกับโควิด-19 เลย งั้นเราตามไปดูกันถึงความแตกต่างของแต่โรคกัน

•ส่องอาการว่าเราเข้ากลุ่มเสี่ยงของโรคไหน

โรคหวัด (Common cold) มีสาเหตุจากการติดเชื้อ ไวรัสหลายสายพันธุ์ โดยส่วนใหญ่จะมีบักษณะอาการมีไข้ จาม มีน้ำมูก ไอ โดยอาการดังกล่าวสามารถเป็นได้ 7-10 วัน และอาการก็จะเริ่มค่อย ๆ ดีขึ้นตามลำดับ ไม่ได้มีอะไรรุนแรงน่าเป็นห่วงเท่าไหร่ สามารถหายเองได้

โรคโควิด-19 (COVID-19) เป็นโรคที่กำลังมีการระบาดอย่างหนักในตอนนี้ หลาย ๆ ประเทศกำลังเจอกับวิกฤตเดียวกัน โดยจะมีอาการมากน้อยขึ้นกับภูมิคุ้มกันของผู้ป่วย บางรายแสดงอาการน้อย และในบางรายมีอาการมีไข้ ไอ มีน้ำมูก ลิ้นไม่รับรส เป็นผื่น และหากว่าปล่อยไว้ได้โดยไม่ได้รับการรักษาอาจทำให้เชื้อไวรัสนี้ลงปอดได้และสามรถรุนแรงถึงขั้นเสียชีวิตได้เลย เหมือนที่เราได้เห็นกันตามข่าว

โรคภูมิแพ้ (Allergic Rhinitis) สาเหตุเกิดจากร่างกายไวต่อสารก่อภูมิแพ้บางประเภท โรคนี้ค่อยข้างที่จะแสดงอาการคล้าย ๆ โควิด เพราะจะมีอาการจาม คันจมูก คันตา น้ำมูกไหล ผื่นคัน แต่ไม่มีไข้ และในบางรายที่มีโรคหืด (Asthma) ร่วมด้วยอาจทำให้มีอาการไอแน่นจนหน้าอก เหนื่อยง่ายคล้ายโควิด-19 แต่อาการเหล่านี้จะเกิดขึ้นเมื่อเจอสิ่งที่ร่างกายแพ้อะไรบางอย่าง เช่น ขนแมว เกสรดอกไม้ ฝุ่น อากาศ หรืออื่น ๆ และสามารถหายเองได้ไม่มีอะไรรุนแรงน่าเป็นห่วง สามารถที่จะทานยาตามแพทย์บอกแล้วก็หายได้เลย

•ปลอดภัย มั่นใจหายห่วง

ได้เห็นถึงความแตกต่างของแต่ละโรคแล้ว ถึงแม้จะมีความคล้ายกันมากของอาการที่แสดงออกมาก็ตาม แต่ก็ยังมีบางจุดที่เป็นลักษณะเด่นของอาการนั้น ๆ หากคุณกำลังเข้าข่ายกลุ่มเสี่ยงไหนให้ลองไปพบแพทย์ เพื่อที่จะได้รับการรักษาอย่างถูกวิธี และหากว่าคุณกำลังกังวลว่าตัวเองเป็นโควิด-19 หรือเปล่า บทความนี้อาจทำให้คุณโล่งใจได้ว่าคงอาจเป็นเพียงแค่ไข้หวัดธรรมดา หรือว่าโรคภูมิแพ้ก็เท่านั้น ถึงอย่างไรอย่าลืมดูแลตัวเอง เช็คอาการและสุขภาพของตัวเองบ่อย ๆ เพื่อความปลอดภัยของตัวเองและคนรอบข้าง

Explore More

อันตรายจากไซยาไนซ์

อันตรายจากไซยาไนซ์

ไซยาไนซ์ เป็นสารเคมีชนิดที่มีความเป็นพิษสูง ซึ่งมีการนำมาใช้ในอุตสาหกรรมตางๆ หรือเป็นส่วนประกอบผลิตภัณฑ์บางประเภท เช่น ยาฆ่าแมลง ยาทำความสะอาดเครื่องเพชรพลอย เป็นต้น ซึ่งสารไซยาไนซ์สามารถเกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ โดยพบในพืชบางชนิด เช่น เมล็ดของแอพพริคอท (Apricot) และเชอรรี่ดำ (Black Cherry) และสารลินามาริน (Linamarin) ซึ่งพบได้ในหัวและใบของมันสำปะหลัง (Cassava) นอกจากนี้กระบวนการเผาผลาญภายในร่างกายมนุษย์ก็สามารถก่อให้เกิดสารไซยาไนต์ได้เช่นกัน  อย่างไรก็ตาม ไซยาไนด์ปริมาณเพียงเล็กน้อยที่พบในพืชและกระบวนการเผาผลาญนั้นไม่เป็นอันตรายต่อสิ่งมีชีวิต  รูปแบบของสารไซยาไนซ์ อาการเมื่อถูกสารไซยาไนซ์ ภาวะเป็นพิษแบบเฉียบพลัน เกิดจากการได้รับไซยาไนด์เข้าไปในปริมาณมาก อาการมักจะเกิดขึ้นในทันที เริ่มจากปวดศีรษะ ใจสั่น

กระจกตาบาง เกิดจากอะไร แก้ไขได้หรือไม่

กระจกตาบาง

กระจกตาบาง เป็นภาวะที่เกิดขึ้นจากหลายสาเหตุ ซึ่งส่งผลต่อความสามารถในการมองเห็น และอาจทำให้เกิดความยากลำบากในการเลือกวิธีการรักษาทางสายตา เช่น การทำเลสิก (LASIK) ปัญหานี้พบได้บ่อยและจำเป็นต้องได้รับการดูแลจากผู้เชี่ยวชาญทางการแพทย์ เรามาดูกันว่า กระจกตาบางเกิดจากอะไร และสามารถแก้ไขได้หรือไม่กันเลย กระจกตาบาง เกิดจากอะไร? หนึ่งในสาเหตุหลักที่ทำให้กระจกตาบางคือพันธุกรรม ซึ่งพบได้ในคนที่มีประวัติครอบครัวเกี่ยวกับโรคกระจกตา เช่น โรคกระจกตาโป่งพอง (Keratoconus) โรคนี้ทำให้กระจกตาค่อย ๆ บางลงและมีรูปทรงผิดปกติ ทำให้การมองเห็นบิดเบี้ยวหรือผิดเพี้ยน ซึ่งการรักษาในกรณีนี้จำเป็นต้องใช้วิธีเฉพาะทาง หรือ การใส่คอนแทคเลนส์เป็นเวลานานเกินไป หรือใส่อย่างไม่ถูกสุขลักษณะ อาจทำให้กระจกตาเสื่อมสภาพและบางลงได้ โดยเฉพาะหากไม่ดูแลความสะอาดหรือไม่ให้ดวงตาพักผ่อนเพียงพอ การใส่คอนแทคเลนส์นาน ๆ

ปกป้องเด็กน้อยจากโรคภัย ในวันที่อากาศเปลี่ยนแปลง

ปกป้องเด็กน้อยจากโรคภัย

•โรคหวัดยอดฮิตในหน้าฝน โรคไข้หวัดธรรมดาหรือไข้หวัดตามฤดูกาล (Commom cold) เป็นโรคที่เกิดขึ้นได้ทั้งในกลุ่มเด็กและผู้ใหญ่ เกิดจากการที่ติดเชื้อไวรัสในทางเดินหายใจส่วนบนบริเวณโพรงจมูกและคอหอย มักพบได้บ่อยมาก ๆ ในช่วงหน้าฝน โดยเฉพาะกับคนที่มีภูมิต้านทานไม่แข็งแรงอย่างเด็ก สามารถที่จะเป็นได้ง่ายมากหากโดนฝนเพียงแค่นิดหน่อยก็สามารถเป็นได้แล้ว โดยอาการของโรคหวัดตามฤดูกาลนี้จะมีน้ำมูก คัดจมูก ไอ ในเด็กเล็กมักจะมึไข้ด้วย แต่ไม่ได้รุนแรงมากนัก และยิ่งไปกว่านั้นโรคไข้หวัดตามฤดูกาลนี้ยังเป็นโรคติดต่อได้อีก หากมีเพื่อนที่เป็นหวัดแล้วเด็กน้อยของเราได้อยู่ใกล้ชิด ใช้เวลาร่วมกัน ก็อาจเป็นโรคไข้หวัดนี้ตามด้วยได้ จึงถือว่าเป็นโรคที่พบบ่อยที่สุดในกลุ่มเด็กเลยของช่วงฤดูฝน โดยเฉลี่ยเด็กเล็กจะมีโอกาสเป็นหวัดได้ปีละ 6-8 ครั้งเลยทีเดียว •หลักการป้องกันให้ห่างไกลไข้หวัดยามฝนตก เราสามารถที่จะป้องกันเด็ก ๆ จากโรคนี้ได้ หรือรวมไปถึงผู้ใหญ่อย่างตัวเราที่จะหลีกเลี่ยงต่อการเป็นไข้หวัดตามฤดูกาลที่มาพร้อมกับฝน โดยสามารถป้องกันได้จากการรักษาสุขภาพร่างกายให้แข็งแรงอยู่ตลอด